31st DIHAC cross-cultural exchange meeting analysis report (Thai)

2025.11.12

Big Data, Community Models, and Intergenerational Voices: Cross-Cultural Innovations on Healthy Ageing and Digital Inclusion in Thailand, Cambodia and Japan

Kanokporn Pinyopornpanish, Thanakrit Chintavara, Vira Tum, Aki Higashi, Myo Nyein Aung and Mohd Rohaizat Hassan

Report in Japanese  Report in English Report in Spanish Report in Vietnamese Report in Korean

This article is collaboration of DIHAC study team, Juntendo University, Japan and Chiang Mai University, Faculty of Medicine, Department of Family Medicine team, Thailand.

Digitally Inclusive Healthy Ageing Communities (DIHAC) เป็นการศึกษาข้ามวัฒนธรรมโดยอาศัยความร่วมมือจากประเทศญี่ปุ่น สาธารณรัฐเกาหลี สิงคโปร์ และไทยเป็นหลัก และขยายขอบเขตการศึกษาไปยังอินเดีย มาเลเซีย เวียดนาม ประเทศอื่นๆ ในยุโรป และละตินอเมริกา เราจัดการประชุมแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมทุกสองเดือน เพื่อสร้างโอกาสการเรียนรู้แบบสหวิทยาการ การประชุม DIHAC จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 31 เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2568 ในการประชุม DIHAC ครั้งที่ 31 ผู้เชี่ยวชาญจากสามประเทศในเอเชีย ได้แก่ ประเทศไทย กัมพูชา และญี่ปุ่น ได้ร่วมกันแบ่งปันโครงการริเริ่มล่าสุดเกี่ยวกับผู้สูงอายุสุขภาพดีและการมีส่วนร่วมทางดิจิทัล

กล่าวเปิดการประชุม

รองศาสตราจารย์ Myo Nyein Aung หัวหน้าโครงการ DIHAC ภาควิชา Global Health Research มหาวิทยาลัยจุนเทนโด ประเทศญี่ปุ่น ได้เริ่มต้นการประชุม ผู้เข้าร่วมกว่า 40 คน ประกอบด้วยนักวิจัยด้านสุขภาพโลกและสาธารณสุข คณาจารย์จากมหาวิทยาลัยต่างๆ แพทย์ และเจ้าหน้าที่รัฐ สมาชิกจาก Active Aging Consortium in Asia Pacific (ACAP) ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในชุมชน ตัวแทนจาก INGOs และนักศึกษาระดับปริญญาตรีและบัณฑิตศึกษาจากญี่ปุ่น สาธารณรัฐเกาหลี สิงคโปร์ ไทย เวียดนาม กัมพูชา มาเลเซีย อินโดนีเซีย จีน และเบลเยียม ได้เข้าร่วมการประชุมอย่างแข็งขัน

ศาสตราจารย์ ดร. นพ. Mohd Rohaizat Hassan ประธานการประชุม DIHAC ครั้งที่ 31 ศาสตราจารย์สาขาเวชศาสตร์สาธารณสุข ภาควิชาเวชศาสตร์สาธารณสุข คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งชาติมาเลเซีย ท่านเป็นนักวิจัยโครงการ DIHAC ในมาเลเซีย และที่ปรึกษาของ DIHAC ศาสตราจารย์ Rohaizat เคยเป็นประธานและนำเสนอผลงานในการประชุม DIHAC ครั้งที่ 9, 10 และ 25 ที่ผ่านมา โดยท่านได้แนะนำประวัติของวิทยากรทั้ง 3 ท่าน

ภาพ: Chairperson Professor Mohd Rohaizat Hassan, speakers, international audience and DIHAC study team at the 31st DIHAC meeting on October 29th, 2025

การนำเสนอที่ 1 –  Big Data strategies and implication in Thailand in the healthy ageing decade

ผู้นำเสนอท่านแรก ดร.นพ.ธนกฤต จินตวร รองผู้อำนวยการ สถาบันส่งเสริมการวิเคราะห์และบริหารข้อมูลขนาดใหญ่ภาครัฐ (Big Data Institute; BDI) ประเทศไทย ท่านได้นำเสนอยุทธศาสตร์ระดับชาติของประเทศไทยในการปฏิรูปสุขภาพดิจิทัลผ่านระบบ Health Link ที่พัฒนาโดย BDI [1] แพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนข้อมูลสุขภาพ (Health Information Exchange; HIE) ที่เป็นนวัตกรรมนี้เชื่อมโยงข้อมูลขนาดใหญ่จากหน่วยบริการปฐมภูมิไปยังโรงพยาบาลระดับตติยภูมิ โดยบูรณาการข้อมูลผู้ป่วย เช่น ประวัติทางการแพทย์ รายงานการวินิจฉัย และสถานะการฉีดวัคซีน ระบบนี้แสดงถึงความร่วมมือหลายภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับ 5 กระทรวง ได้แก่ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย และกรุงเทพมหานคร ร่วมกับโรงพยาบาลของรัฐและเอกชน รวมถึงสถาบันการแพทย์ของตำรวจและทหาร ผู้ใช้ยังสามารถเข้าถึงข้อมูลสุขภาพส่วนบุคคลผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือได้ เมื่อได้รับความยินยอมจากผู้ป่วย ข้อมูลนี้จะถูกแบ่งปันกับผู้ให้บริการด้านการดูแลสุขภาพ เพื่อส่งเสริมความต่อเนื่องในการดูแล

นอกจากนี้ วิทยากรยังได้นำเสนอแนวทางการแก้ปัญหาการดูแลสุขภาพที่ผสานรวม IoT สำหรับผู้สูงอายุ ซึ่งรวมถึงเซ็นเซอร์ การติดตามการใช้ยา และอุปกรณ์สวมใส่เพื่อตรวจสอบสถานะสุขภาพอย่างต่อเนื่องและจากระยะไกล วิทยากรยังได้กล่าวถึงความเป็นส่วนตัวของข้อมูล การเชื่อมโยงกับสถาบันการพยาบาลเพื่อการดูแลระยะยาว และความคิดเห็นของผู้ใช้

  • BDI ได้จัดตั้งระบบแลกเปลี่ยนข้อมูลสุขภาพแห่งชาติแห่งแรกที่ใช้บิ๊กดาต้าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการด้านสุขภาพ
  • Health Link ช่วยให้การแลกเปลี่ยนข้อมูลเป็นไปอย่างราบรื่น ปลอดภัย และเน้นผู้ป่วยเป็นศูนย์กลางทั่วทั้งระบบนิเวศการดูแลสุขภาพ

การนำเสนอที่ 2 –  Healthy Ageing and Digital Inclusion in Cambodia

วิทยากรท่านที่สอง คุณ Vira Tum ผู้อำนวยการบริหารของ HelpAge Cambodia ได้กล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงทางประชากรของกัมพูชาไปสู่สังคมผู้สูงอายุ ซึ่งประชากรร้อยละ 10 มีอายุ 60 ปีขึ้นไป และคาดว่าจะเพิ่มเป็นร้อยละ 23 ภายในปี พ.ศ. 2593 [2] ในบริบทของการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพและสังคมที่จำกัด สมาคมผู้สูงอายุในชุมชน (Older People’s Associations; OPA) จึงกลายเป็นระบบสนับสนุนหลักสำหรับผู้สูงอายุ ปัจจุบันมี OPA มากกว่า 2,000 แห่งทั่วประเทศ โดยแต่ละแห่งมีอาสาสมัครผู้สูงอายุประจำหมู่บ้านโดยเฉลี่ย 70 คน [3] OPA ให้บริการต่างๆ เช่น การเยี่ยมบ้าน การตรวจสุขภาพ การศึกษาด้านสุขภาพ การออกกำลังกาย และกิจกรรมทางสังคมและวัฒนธรรม

HelpAge Cambodia ซึ่งเป็นองค์กรพัฒนาเอกชนท้องถิ่นที่ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2535 ทำงานอย่างใกล้ชิดกับ OPA และเครือข่ายผู้สูงอายุกัมพูชา (Cambodia Ageing Network) เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับโครงการเหล่านี้ คุณ Tum ได้ริเริ่มโครงการ Laey Baitong (Green Basket) Social Enterprise ซึ่งส่งเสริมให้ผู้สูงอายุมีส่วนร่วมในภาคเกษตรกรรมเพื่อสร้างรายได้และคงไว้ซึ่งกิจกรรมและผลผลิต นอกจากนี้ โครงการ “Yeay Ta Digital” ยังส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางดิจิทัลผ่านการฝึกอบรมการรู้หนังสือ ผู้เข้าร่วมโครงการจะได้เรียนรู้ทักษะดิจิทัล เช่น การถ่ายภาพ การใช้โซเชียลมีเดีย และการตระหนักรู้ด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ ซึ่งช่วยลดช่องว่างทางดิจิทัล คุณ Tum เน้นย้ำว่ารูปแบบการดำเนินงานที่ชุมชนเป็นผู้นำนั้นคุ้มค่าและยั่งยืน อย่างไรก็ตาม ยังมีช่องว่างในการดำเนินนโยบายและเรียกร้องให้มียุทธศาสตร์ระดับชาติเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมทางดิจิทัลและการสูงวัยอย่างมีสุขภาพดี

  • HelpAge Cambodia ส่งเสริมการสูงวัยอย่างมีสุขภาพดีผ่านเครือข่าย OPA และกำลังดำเนินโครงการการรู้หนังสือทางดิจิทัลเพื่อเสริมสร้างการมีส่วนร่วมในผู้สูงอายุ
  • แม้จะมีความพยายามเหล่านี้ แต่กัมพูชายังคงเผชิญกับช่องว่างทางดิจิทัล โดยมีปัญหาการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตในบางพื้นที่ การส่งเสริมความร่วมมือระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่างๆ และการสนับสนุนการช่วยเหลือตนเองของชุมชนมีความจำเป็นต่อการกำหนดกลยุทธ์ในอนาคตเกี่ยวกับการรวมดิจิทัลและการมีอายุยืนยาวอย่างมีสุขภาพดี

การนำเสนอที่ 3 –  When She Forgot My Name – A Boy’s Journey with Grandma’s Dementia (Japan)

วิทยากรท่านที่สาม คุณ Aki Higashi นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จากโรงเรียนสถานทูตอเมริกาในนิวเดลี และอดีตนักเรียนของโรงเรียนกรีนสคูลบาหลี ได้แบ่งปันข้อมูลเชิงลึกจากหนังสือเล่มแรกของเขาเรื่อง When She Forgot My Name – A Boy’s Journey with Grandma’s Dementia เรื่องราวนี้มาจากประสบการณ์จริงของเขากับวิถีชีวิตของคุณยายที่ความจำเสื่อมลงในภายหลัง เขาโต้แย้งว่าภาวะสมองเสื่อมกลายเป็นหนึ่งในสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ในญี่ปุ่น ซึ่งเป็นสังคมผู้สูงอายุที่ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มตัว โดยผู้สูงอายุ 1 ใน 4 คนต้องเผชิญกับการแยกตัวทางสังคมและความเหงาเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะสมองเสื่อมถึง 31 เปอร์เซ็นต์ [4] คุณ Higashi เล่าถึงช่วงแรกที่คุณย่าของเขาย้ายเข้าไปอยู่ในสถานสงเคราะห์ในญี่ปุ่น ซึ่งเธอต้องต่อสู้กับความเหงาหลังจากแยกทางกับสามีและครอบครัว ต่อมาเธอได้ย้ายไปอยู่บ้านพักคนชราในหมู่บ้านเมซารี บาหลี ขณะที่ Higashi กำลังศึกษาอยู่ที่นั่น ด้วยการสนับสนุนจากผู้พักอาศัยและเจ้าหน้าที่ และการติดต่อกับครอบครัวผ่านวิดีโอคอลทุกวัน เธอจึงกลับมามีจุดมุ่งหมายในชีวิตอีกครั้ง ด้วยประสบการณ์กว่า 30 ปีในฐานะพยาบาลที่เกษียณอายุแล้ว เธอจึงเริ่มช่วยเหลือผู้พักอาศัยคนอื่นๆ และยังสอนภาษาญี่ปุ่นให้กับเจ้าหน้าที่อีกด้วย การช่วยเหลือนี้ทำให้คุณยายรู้สึกว่าเธอเป็นสิ่งจำเป็นในสังคม ผู้เขียนได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการดูแลทั้งทางร่างกายและจิตใจสำหรับผู้สูงอายุ เพื่อสร้างความตระหนักรู้ในเรื่องนี้ เขาได้จำหน่ายหนังสือของเขาจำนวน 100 เล่ม และบริจาครายได้ให้กับองค์กรอัลไซเมอร์อินโดนีเซีย พร้อมเรียกร้องให้องค์กรต่างๆ สนับสนุนการตีพิมพ์และระดมทุนเพื่อส่งเสริมความตระหนักรู้เกี่ยวกับภาวะสมองเสื่อม

  • เรื่องราวของคุณยายของเขาเน้นย้ำถึงพลังของความทะเยอทะยานและเป้าหมายในชีวิตในบั้นปลายชีวิต ซึ่งเป็นที่รู้จักในชื่อ “อิคิไก (Ikigai)” ในญี่ปุ่น โดยแสดงให้เห็นว่าผู้สูงอายุมีส่วนร่วมในชุมชนอย่างไรเมื่อพวกเขารู้สึกว่าตนเองมีคุณค่าและเป็นที่ต้องการของผู้อื่น
  • คุณอากิเองเป็นตัวอย่างที่สร้างแรงบันดาลใจว่า คนรุ่นใหม่สามารถมีส่วนร่วมอย่างมีความหมายในการสร้างความตระหนักรู้และขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงในความท้าทายของผู้สูงอายุและภาวะสมองเสื่อมได้อย่างไร

กล่าวปิด

การประชุม DIHAC ครั้งที่ 31 แสดงให้เห็นถึงแนวทางที่หลากหลายในการสนับสนุนผู้สูงอายุอย่างมีสุขภาพดีและการมีส่วนร่วมทางดิจิทัลในเอเชีย ในประเทศไทย ระบบ Health Link ใช้ข้อมูลขนาดใหญ่และ IoT เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพทั่วประเทศ ในประเทศกัมพูชา สมาคมผู้สูงอายุในชุมชนให้บริการด้านสุขภาพและสังคมควบคู่ไปกับการส่งเสริมความรู้ด้านดิจิทัล จากมุมมองส่วนบุคคล เรื่องราวของคุณ Higashi เน้นย้ำถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพจิต การเชื่อมโยงทางสังคม และอิคิไก หรือความรู้สึกว่าตนเองเป็นที่ต้องการในสังคม ตัวอย่างเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยี การดำเนินการของชุมชน และความตระหนักรู้ระหว่างรุ่น ล้วนมีบทบาทในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ เพื่อก้าวไปข้างหน้า สิ่งสำคัญคือต้องปิดช่องว่างทางดิจิทัลในการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต เสริมสร้างทักษะดิจิทัล และสร้างความมั่นใจว่าผู้สูงอายุจะมีส่วนร่วมในรูปแบบการดูแลแบบใหม่

การประชุม DIHAC ครั้งที่ 32 ที่จะจัดขึ้นในเดือนธันวาคม 2568

เอกสารอ้างอิง

  1. Big Data Institute Thailand. Health Link. Health information linkage system. 2022 [cited 2025 Oct 29]; Available from: https://healthlink.go.th/.
  2. ESCAP, U.N., United Nations Economic and Social Commission for Asia and the Pacific Population Data Sheet 2024. 2024.
  3. HelpAge Cambodia. Older People Associations (OPAs). 2025 [cited 2025 Oct 29]; Available from: https://www.helpagecambodia.org/page/polder-people-associationsp.
  4. Luchetti, M., et al., A Meta-analysis of Loneliness and Risk of Dementia using Longitudinal Data from >600,000 Individuals.Nat Ment Health, 2024. 2(11): p. 1350-1361.

ผู้นิพนธ์

Kanokporn Pinyopornpanish, M.D., Ph.D. is Associate Professor at the Department of Family Medicine, Chiang Mai University, Thailand

Thanakrit Chintavara, M.D., Ph.D., First Executive Vice President, Special Affairs Big Data Institute (BDI) Thailand

Vira Tum, M.B.A., Executive Director, HelpAge Cambodia.

Aki Higashi, Grade 9 high school student, American Embassy School, New Delhi, and former student of Green School Bali, Indonesia

Myo Nyein Aung, M.D., M.Sc., Ph.D., is Associate Professor at the Department of Global Health Research, Graduate School of Medicine, Juntendo University, Tokyo, Japan

Mohd Rohaizat Hassan, M.D., Ph.D., Professor of Public Health Medicine, Department of Public Health Medicine, Faculty of Medicine, The National University of Malaysia